เริ่มต้นวันดีๆ ด้วยการเสริมความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ดีของคุณ

6 เหตุผลที่ทำให้การรักษาพยาบาลในอเมริกามีราคาแพง

by admin
146 views
ค่ารักษาพยาบาลในอเมริกา

หลายๆคน คงพอจะได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับ ค่ารักษาพยาบาลในอเมริกา ที่มีราคาแพง

เรามาทำความรู้จักระบบประกันสุขภาพของประเทศสหรัฐอเมริกากันก่อน โดยพื้นฐานแล้วที่นี่จะไม่มีหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ Universal Healthcare เหมือนที่ประเทศไทยค่ะ ประกันสุขภาพที่รัฐบาลมีให้มีเพียงสองโครงการเท่านั้นคือ Medicare และ Medicade โดย Medicare จะเป็นหลักประกันสังคมที่คุ้มครองผู้สูงอายุที่เกษียณ และอายุ 65 ปีขึ้นไปเท่านั้น
โดยจะได้รับความคุ้มครองทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และอื่นๆ ก็ต่อเมื่อเคยทำงานและจ่ายเงินสมทบ 10 ปีขึ้นไป ส่วนคนที่ทำงานและจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 10 ปี ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเพิ่มเติม ขณะที่โครงการ Medicade จะเป็นประกันสำหรับคนยากจนเท่านั้น โดยมีรัฐบาลส่วนกลาง มลรัฐ และท้องถิ่นร่วมกันออกค่าใช้จ่ายให้ และมลรัฐมีหน้าที่บริหารจัดการโครงการนี้ การจะได้รับคัดเลือกให้เข้าสู่โครงการ จะใช้เกณฑ์รายได้เป็นตัวตั้ง ซึ่งแต่ละมลรัฐก็จะมีเกณฑ์แตกต่างกันไป รวมถึง ค่ารักษาพยาบาลในอเมริกา ที่ครอบคลุมก็จะแตกต่างกันไปด้วยค่ะ

ระบบเยอะ ค่าใช้จ่ายเยอะ 

ระบบเยอะ ค่าใช้จ่ายเยอะ 

  • หากคุณเคยดูซีรีย์ Good Doctor หรือภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ คุณน่าจะรู้ดีว่าระบบต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลที่อเมริกานั้นมีความทันสมัย ซับซ้อน และครบครันมาก ๆ คุณแทบจะสามารถผ่าตัดเล็ก ๆ ในห้องฉุกเฉินได้ เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยให้คนไข้มีโอกาสรอดมากขึ้น แน่นอนว่าราคามันก็ไม่ได้ถูกเลย ไม่ใช่แค่ค่าอุปกรณ์และค่าเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีค่าเอกสารต่าง ๆ ค่าบริหารจัดการ ค่าซอฟแวร์ ค่าโค้ด ค่าโปรแกรม ค่าประกันอุปกรณ์ ค่าลิขสิทธิ์ และอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ยิ่งระบบเหล่านี้มีเยอะ ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลก็ยิ่งสูงด้วย

ราคายาที่สูงลิ่ว

  • โดยเฉลี่ยแล้ว พลเมืองอเมริกาจ่ายเงินเพื่อซื้อยาแพงกว่าประเทศอื่น ๆ เกือบ 2 เท่า แม้ว่าราคายาจะถูกควบคุมโดยรัฐบาล แต่เรื่องของผลประโยชน์และกำไรขาดทุนของโรงพยาบาลนั้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ทั้งค่าเงิน ขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องของการเมืองอีกด้วย

เงินเดือนของหมอและพยาบาลที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ

เงินเดือนของหมอและพยาบาลที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ

  • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในอเมริกานั้นมีรายได้เฉลี่ยแล้วปีละ 10 ล้านบาท อ่านไม่ผิด 10 ล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่เดือนละ 1-2 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น คิดเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว ถือว่าอาชีพหมอในอเมริกานั้นมีรายได้ที่เยอะมาก ๆ แต่ก็ต้องแลกมากับความกดดัน และการคัดกรองคุณภาพบุคลากรของอเมริกานั้นเข้มงวดสุด ๆ

โรงพยาบาลส่วนใหญ่เป็นองค์กรแสวงหาผลกำไร

  • หลาย ๆ คนอาจจะเคยชินภาพจำว่า โรงพยาบาลต้องช่วยเหลือคน หมอต้องรักษาคน ในประเทศไทย แต่ความจริงแล้วโรงพยาบาลในอเมริกานั้นมีรูปแบบการบริหารคล้าย ๆ กับบริษัทอย่างหนึ่ง ที่มีการลงทุน มีกำไร มีขาดทุน มีการคิดรายได้ในแต่ละเดือน และมีการบริหารจัดการการทำงานอย่างไรก็ได้ให้มีลูกค้าเยอะที่สุด 
  • และปัจจุบันนี้โรงพยาบาลแทบทั้งประเทศอเมริกายังประสบปัญหาเกี่ยวกับการเงิน เพราะสภาวะโควิดที่เริ่มดีขึ้นแล้ว ผู้ติดเชื้อน้อยลง แถมคนที่ติดเชื้อก็เลือกการรักษาที่บ้านแทนที่จะไปโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งก็ต้องขึ้นราคาเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด 

โรงพยาบาลมักจะเผื่อไว้ก่อน

โรงพยาบาลมักจะ “เผื่อไว้ก่อน”

กฎหมายในอเมริกานั้นเข้มงวด มีผลกระทบที่รุนแรง และโทษหนักมาก ๆ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ทำให้โรงพยาบาลในอเมริกาจะต้องมีการ เผื่อไว้ก่อน ในทุกกรณี เพื่อป้องกันการโดนคนไข้ฟ้องในเคสที่วินิจฉัยผิดพลาด เช่น คนไข้รายหนึ่งเป็นไข้ ความจริงแล้วอาจจะแค่ซื้อยาทานแล้วหาย แต่ทางโรงพยาบาลจะต้องมีการตรวจแทบทุกซอกทุกมุม มีการ MRI scan , CT scan และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง แม้ว่าโรงพยาบาลจะไม่ได้บังคับ แต่หากแพทย์เป็นคนแนะนำให้ตรวจ คนไข้ก็คงไม่กล้าปฏิเสธ 

ราคาของฟังก์ชั่นเสริมเหล่านี้ แพงกว่าประเทศอื่น ๆ ในยุโรปเฉลี่ยแล้ว 7-8 เท่าเลยทีเดียว 

ตลาดเสรีในอเมริกาครอบคลุมถึงโรงพยาบาลด้วย

  • การตั้งราคาของค่าบริการในโรงพยาบาลอเมริกานั้นมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเยอะมาก ๆ ทั้งด้านประชากรศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และจากย่อหน้าแรกที่เราได้กล่าวไปแล้วว่าโรงพยาบาลในอเมริกานั้นมีระบบที่ซับซ้อนและทันสมัย ทำให้จะต้องคิดราคาเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ยังคงดำเนินกิจการต่อไป และที่สำคัญเลยก็คือ โรงพยาบาลในอเมริกายังไม่ได้ถูกควบคุมราคาจากรัฐหรือได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้สามารถตั้งราคาได้ตามใจ จะเอากำไรเท่าไหร่ก็ได้ 

ผู้เชี่ยวขาญหลาย ๆ คนวิเคราะห์ไว้แล้วว่า ค่าบริการของพวกเขานั้นแพงเกินจริงเพราะไม่มีใครมาควบคุม หลักฐานก็คือต้นทุนของบริการบางอย่างไม่สมเหตุสมผลกับค่าบริการที่ต้องจ่าย เช่น MRI Scan ในอเมริกานั้นราคาสูงเกือบ 40,000 บาท แต่ในประเทศอื่น ๆ อยู่ที่ 10,000-20,000 บาทเท่านั้น และต้นทุนที่แท้จริงของ MRI Scan ก็ไม่ได้แพงขนาดนั้นด้วย

Related Posts

เกี่ยวกับเรา

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ thaisafehealth เราคือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ และ ผู้ที่ชื่นชอบการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และ เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับหัวข้อด้านสุขภาพที่หลากหลาย ภารกิจของเราคือให้ผู้คนทั่วไปได้รับข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้ในการตัดสินใจอย่างรอบรู้เกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง

เรื่องล่าสุด

©2024 – All Right Reserved. Designed by thaisafehealth